Saturday, February 17, 2007

ปวดหนอ

การอ่านเอาความรู้กับอ่านเพื่อให้จำได้ หรือให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษให้ได้นั้น อาจจะมีความแตกต่างบ้างไม่มากก็น้อย นักเรียนไทยอย่างผมอาจจะคุ้นเคยกับการทำข้อสอบแบบกากบาทจนชิน การเขียนคำตอบแบบเรียงความที่เรียกว่า essay นั้นถือว่าเป็นงานหนักพอควรภายใต้ข้อกำหนดข้อมูลที่แม่นยำและเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด

วันนี้อ่านหนังสือตั้งแต่เช้าเพราะอีกหนึ่งสัปดาห์ก็ถึงเวลาสอบปลายภาคแล้ว โต๊อ่านหนังสือของวีระพงษ์ก็เหมือนสมัยเป็นนิสิต รกไปด้วยหนังสือ, กระดาษและปากกาสีต่างๆ




วันนี้อ่านทบทวนและทำสรุปย่อเรื่อง sensory and motor system ถึงแม้ว่าจะอ่านเรื่องนี้มาประมาณสามรอบแล้วมั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถเขียนเป็นภาษาอังกฤษให้สละสลวยใช้คำระดับเดียวกับในตำราได้

อาการปวด (pain) นั้น เป็นความรู้สึก (feeling) เป็นการรับรู้ของเราเองที่เกิดจากการทำงานของระบบประสาทนำความรู้สึกเจ็บปวด (nociception system) nociception กับ pain ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน pain นั้นเกิดจาก nociception สมมติว่าเกิดการกระตุ้นในระดับเดียวกัน คนนึงอาจปวดอีกคนอาจไม่ได้รู้สึกปวดก็เป็นได้ บางครั้งมีการกระตุ้นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปวดตลอดเวลาแต่อาจเกิดกลไกอื่นมาบดบังไม่ให้เรารู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งกระคุ้นอันนั้น ทำให้เซลล์ประสาทมันตอบสนองน้อยลงๆ ที่เราเรียกว่าเกิด desensitization

เหมือนกับการที่เราไปฝึกกรรมฐาน ถ้าเราเกิดเวทนาในขณะที่ฝึก เช่น ปวดขาเพราะนั่งสมาธินาน พระอาจารย์ก็ให้เราก็กำหนดจิตว่า "ปวดหนอ ปวดหนอ ปวดหนอ...." สักพักความปวดนั้นก็จะถูกบดบังจากกลไกทางจิตที่ว่า "เวทนาเป็นของไม่เที่ยง" ความรู้สึกที่ว่าปวดก็จะหายไปในที่สุด





ในทางประสาทวิทยาศาสตร์ การนำส่งความรู้สึกเจ็บปวดนั้นเริ่มต้นที่ ตัวรับสัมผัสความเจ็บปวดที่เรียกว่า nociceptors ถูกกระตุ้นจากตัวกระตุ้น เช่น สารเคมี สารสื่อประสาท อุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นมากเกินไป การออกกำลังกายที่หนักเกินไปทำให้ปริมาณโปรตอน (H+ ) เพิ่มขึ้น เป็นต้น

ตัวกระตุ้นเหล่านี้มีผลทำให้ช่องไอออน (ion channels) ที่อยู่บนเยื่อหุ้มตัวรับเปิด ไออนที่อยู่นอกเซลล์ก็วิ่งกรูเข้าไป ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า action potential คือเซลล์ประสาทพร้อมที่จะทำงานส่งข้อมูลไปให้เซลล์ประสาทตัวอื่นๆ แล้ว กระแสประสาทนำความเจ็บปวดนี้จะถูกถ่ายทอดโดยเส้นใยแอกซอนขนาดเล็ก คือ A delta fiber และ C fiber เข้าสู่ไขสันหลังทางปีกด้านบน (dorsal horn)

รูปด้านล่างนี้เป็นการเปรียบเทียบกลไกระหว่างการสัมผัส (touch) ที่อาศัยวิถีประสาทที่ชื่อ dorsal column- medial lemniscal pathway กับ การปวด ซึ่งอาศัยวิถีประสาท spinothalamic pathway เป็นอะไรที่ต้องจำและยากพอควร





การควบคุมความเจ็บปวดไม่ให้มันเกิดขึ้นหรือให้มันรู้สึกน้อยที่สุด คนเราสามารถทำได้ทั้งในระดับไขสันหลังที่เรียกว่า Afferent regulation (ภาพด้านล่าง) เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมเวลาเราปวดแล้วเอามือไปบีดนวดคลึงเบาๆ อาการปวดก็จะทุเลาลงได้ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการสัมผัสไปกระตุ้นตัวรับที่ไวต่อการจับ การสั่น ของผิวหนัง ซึ่งตัวรับนี้เรียกว่า mechanoreceptor มันส่งข้อมูลการสัมผัสไปทางเส้นแอกซอนขนาดใหญ่คือ A alpha fiber และ A beta fiber เส้นใยนี้จะไปยับยั้งการส่งสัญญาณความเจ็บปวดที่ปกติถูกถ่ายทอดโดยเส้นใย C fiber ซึ่งเราเรียกลไกนี้ว่า Gate therory of pain


ดังนั้นการนวดคลึงเบาๆจึงช่วยลดความปวดได้โดยผ่านการทำงานในระดับไขสันหลัง ซึ่งสู้กลไกที่ควบคุมผ่านจิตคนเราด้านล่างไม่ได้






อีกทางนึงที่ง่ายเพื่อให้ความเจ็บปวดลงลง (ภาพด้านล่าง) คือ การควบคุมผ่านสมอง อันนี้ผมเพิ่งเข้าใจว่าที่เราไปนั่งกรรมฐานทำสมาธินั้นมันสามารถควบคุมจิตใจคนเราได้หลายอย่าง ฝรั่งก็เลยมาเขียนในตำราว่าอันว่าความเจ็บปวดนั้น คนเราสามารถกดทับมันไว้ไม่ให้แผลงฤทธิ์ได้หลายทาง ยกตัวอย่างเช่น ทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในสมรภูมิรบอาจจะไม่รู้สึกปวดเลยก็ได้ในขณะนั้นเพราะมีความเครียด อารมณ์แน่วแน่ว่าจะต้องสู้เพื่อชาติไทย หรือบอกกับตัวเองว่า ปวดหนอ ปวดก็สักแต่ว่าปวด สังขารไม่เที่ยง เวทนาก็ไม่เที่ยงเช่นกัน ความปวดมันเกิดได้ มันก็ต้องดับไปเองได้


ดังนั้น ผมสรุปตามความเข้าใจตัวเองว่า stoic determination ที่ ตำรา Neuroscience: Exploring the brain เขาเขียนเอาไว้ และผมก็ไปเปิดพจนานุกรมของ University of Cambridge มันก็คือ แก่นของการปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 คือ เมื่อรู้ว่าจิตรับรู้ (perception) ว่าเกิดความปวดขึ้นแล้ว ก็สักแต่ว่าปวด ปวดหนอ ปวดหนอ แต่มันก็ดับไปเองได้เพราะว่าเซลล์ประสาทมันเกิดเวทนาที่เรียกว่า desensitization




รูปที่เห็นเหล่านี้เป็นกระดาษสรุปย่อที่ผมเขียนเองทำให้นึกย้อนไปสมัยที่เป็นนิสิต ทำแบบนี้เป็นประจำตอนสอบ ต้องมีปากกาหลายสีเขียนให้เห็นชัดเจน กระดาษแผ่นขนาด A4 ตอนนั้นเคยใช้แบบกระกาษชาร์ตใหญ่ๆ เขียนโครงสร้างปฏิกิริยาในวิชา Pharmaceutical Chemistry ซึ่งทำไว้ดีมาก ใครอ่านไม่ออกไม่สนใจ ขอแค่เราจำได้ว่าเนื้อหาที่เรากำลังถูกถามมันอยู่ส่วนไหนของกระดาษแผ่นนี้ ต้องจำได้เพราะเราเป็นคนเขียนเอง ซึ่งเทคนิคนี้อาจเรียกว่าทำ mind mapping แต่อันนี้ไม่ค่อยสวยหรือเป็นระบบเท่าไหร่




















อาหารเสริมจาก The Boots, UK



ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อังกฤษมีให้เลือกหลายแบบมาก กล่องก็ออกแบบได้สวยมาก จนทำให้ผมต้องเสียเงินซื้อไปหลายสิบปอนด์ แต่ที่ตัดสินใจซื้อก็เพราะประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าครับ
กล่องแรกนี้เป็นอาหารเสริมบำรุงสายตา มีสารอาหารที่หากินได้ยาก เช่น Lutein, Zeaxanthin, Bilberry extract และอื่นๆ ถ้าไม่ดีจริงผมไม่กล้าซื้อกินหรอกเพราะแพงมากๆ



ส่วนกล่องด้านล่างนี้เป็นโสมเกาหลีเพื่อบำรุงร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันโดยรวม มาอยู่ที่อังกฤษยังไม่เคยไปร้านยาไหนเลยนอกจาก The Boots เพราะว่าของเยอะ ราคาไม่แพง และที่สำคัญผมเคยเป็นเภสัชกรที่ร้านบูทส์ที่เมืองไทย ดังนั้นคุ้นเคยกับร้านนี้เป็นที่สุด








Friday, February 16, 2007

Interview for PhD @ King's College London




เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2550 ได้ไปพบกับ Dr Stephen Minger ที่ King's College London
เพื่อคุยถึงความเป็นไปได้ในการเรียนปริญญาเอกกับเขา วันนี้เลยขอเก็บภาพบริเวณมหาวิทยาลัยแห่งนี้เดี๋ยวดองไว้นานจะไม่ดี






ป้ายบอกทางเข้า Guy's Campus






บริเวณนี้เป็นสวนหย่อมทางเดินเชื่อมระหว่างห้องสมุดกับตึก Reception วันที่ไปนั้นหิมะตกพอดี





ตึกด้านล่างนี้ คือ Hodgkin Building ใช้เป็นอาคารเรียนของหลายคณะและที่สำคัญเป็นที่ทำงานของ Dr Stephen Minger






จะได้เรียนที่นี่หรือไม่ยังไม่ทราบได้ แต่วันนั้นถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่วิเศษมาก

Thursday, November 30, 2006

วันนี้ดีกว่าเมื่อวาน

วันนี้มีนำเสนองานวิจัยที่เรียกว่าวิชา journal club ซึ่งกลุ่มผมก็นำเสนอเกี่ยวกับ CdK5 กับ p27 ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาและการเดินทางของเซลล์ประสาทไปยังชั้นต่างๆ ของ cerebral cortex ในช่วงที่เป็นตัวอ่อนในท้องแม่ มันไปเกี่ยวข้องกับโปรตีนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น p35, cofilin, Rho A รวมทั้งยังไปเกี่ยวข้อง proteasome ที่ช่วยกำจัดโปรตีนที่เซลล์ไม่ต้องการแล้ว ซึ่งมีความสำคัญต่อวัฏจักรของเซลล์

ช่วงบ่ายก็ไปพบอาจารย์ภาษาอังกฤษชื่อ Lynne เขาดีกับผมมากๆ ช่วยตรวจ CV กับ Cover letter ที่จะใช้สมัครเรียนต่อ PhD ธรรมเนียมไทยเราไปหาผู้ใหญ่ก็ต้องมีของฝาก ผมก็ซื้อขนมกล่องใหญ่ ปรากฏว่าเขาดูเหมือนลำบากใจที่จะรับ บอกว่าไม่รับหรอก ไม่ให้เราต้องเสียเงินไปซื้อ แต่ผมก็บอกว่าตั้งใจซื้อมาให้เขาเอาไว้ทานกับกาแฟ สุดท้ายเขาคงต้องยอมรับขนมผมก็เลยบอกผมว่า งั้นเขาจะให้เป็นส่วนกลางให้อาจารย์คนอื่นๆ กินด้วย น่ารักมาก ก็เป็นอันสรุปว่าทีหลังไม่ต้องซื้อของให้อาจารย์คนนี้

ตกตอนเย็น 5.00pm ก็แข่งแบดมันตันกับ Royal Holloway, University of London เล่นคู่กับน้องปิง (เป็นคนไทยที่เรียน Biochem ที่นี่) วันนี้เหนื่อยเล่นไม่ค่อยออกก็เลยเสมอ ไม่ได้ซีเรียสอะไรหรอกถือว่าได้พบปะ ออกกำลังกาย เป็นการคลายเครียดอีกทาง

วันนี้ก็ได้เรียนรู้การเขียน ปรับปรุง เว็บนี้ รวมทั้งการใส่เพลงในเว็ป พูดตามตรงว่า freewebs.com นี้ดีมากๆ ทำอะไรได้เยอะอย่างคาดไม่ถึง ตอนี้ผมก็เลยยังบ้ากับการทำเว็บอยู่ หัดทำไปเรื่อยๆ เพราะตอนเด็กๆ ไม่มีคอมใช้ พอได้ใช้ก็เลยสนุกใหญ่เลย

Friday, November 24, 2006

CV

ประวัติโดยสังเขป
ภก.วีระพงษ์ ประสงค์จีน

ที่อยู่ปัจจุบัน
Rowan Lodge, Kensington Green, Chantry Square, London, W8 5UJ, UK

ข้อมูลส่วนตัว
โทรศัพท์มือถือ: 079-2795-6677
อีเมล์:
weerapong.rx@hotmail.com

การศึกษา

2550- ปัจจุบัน PhD (Neural Stem Cell) Institute of Child Health, Great Ormond Street Hospital, University College London, UK

2550 MSc Integrative Neuroscience, Imperial College London, UK

2548 ใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม, สภาเภสัชกรรม
2548 ปริญญาเภสัชศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม), คณะเภสัชศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


รางวัล
2549-2554 ทุนรัฐบาลระดับปริญญาโท- เอก สาขาประสาทวิทยาศาสตร์
2548 รางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ สาขาการศึกษาและวิชาการ
2548 รางวัลนักเรียนทุนยอดเยี่ยม, มูลนิธิดำรงชัยธรรม
2542-2548 ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี “ทุนสร้างคนสร้างบัณฑิต”, มูลนิธิดำรงชัยธรรม


ประสบการณ์ด้านวิชาชีพ
2548-2549 เภสัชกรชุมชน, ร้านยาบูทส์
2548 ผู้ช่วยวิจัย, โครงการวิจัยเพื่อคาดการณ์สถานภาพการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์กายภาพและทางชีวภาพในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ, สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
2548 เภสัชกรชุมชน, ร้านฟองยา
2547-2548 ที่ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, Siam Biotech & Pharmaceutical
2546-2549 ที่ปรึกษาด้านเวชสำอาง, Chun Corporations


กิจกรรมนอกหลักสูตร
2549-ปัจจุบัน นักกีฬาแบดมินตัน, อิมพีเรียลคอลเลทลอนดอน, สหราชอาณาจักร
2549-ปัจจุบัน กรรมการชมรมบัณฑิตทุนมูลนิธิดำรงชัยธรรม, มูลนิธิดำรงชัยธรรม
2546-2547 ประธานกลุ่มนิสิตจุฬาฯ –ร้อยเอ็ด, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2544 นักกีฬาแบดมินตัน, กีฬาเยาวชนแห่งชาติ (รอบคัดเลือก)
2543 ผู้นำเยาชนเพื่อการอนุรักษ์พิทักษ์ท่องเที่ยวไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ประสาทวิทยาศาสตร์

Visit My Website